อาการแสดงที่คาดว่าจะตั้งครรภ์
อาการและอาการแสดงที่คาดว่าจะตั้งครรภ์ (presumptive sign of pregnancy) เป็นอาการและอาการแสดงที่เป็นข้อมูลอัตนัย (subjective data) เป็นส่วนใหญ่ และเกิดขึ้นในระยะแรกที่สตรีจะสังเกตและสงสัยว่าตนเองตั้งครรภ์ แต่ต้องวินิจฉัยแยกจากอาการและอาการแสดงที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ด้วย ดังนี้
1. การขาดประจำเดือน(cessation of menstruation or Amenorrhea) เป็นอาการที่น่าเชื่อถือว่าน่าจะตั้งครรภ์ในกรณีที่สตรีนั้นให้ประวัติว่ามีสุขภาพปกติ มีประวัติประจำเดือนที่ปกติ อย่างไรก็ตามการขาดประจำเดือนสำหรับสตรีที่เคยมีประจำเดือนปกติอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียด ความผิดปกติของต่อมธัยรอยด์ เป็นต้น
สตรีบางรายมีการตั้งครรภ์โดยยังมีเลือดออกทางช่องคลอดและเข้าใจว่าเลือดที่ออกเป็นประจำเดือน ทั้งนี้เลือดที่ออกอาจเกิดจากการฝังตัวของไข่ที่ถูกผสมบนเยื่อบุโพรงมดลูก (implantation bleeding) หรืออาจเกิดจากการแท้ง เช่น แท้งคุกคาม (threatened abortion) และแท้งค้าง (missed abortion) เป็นต้น
2. อาการคลื่นไส้ (nausea with or without vomiting) เป็นอาการที่มักจะเป็นอาการแรกของการตั้งครรภ์พบได้ในสัปดาห์ที่ 4-14 ของการตั้งครรภ์ และพบมากในช่วยสัปดาห์ที่ 8-12 ของการตั้งครรภ์ มักเรียกว่าอาการแพ้ท้อง (morning sickness หรือ nausea gravidarum) ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเวลาไหนของวันก็ได้
3. อาการถ่ายปัสสาวะบ่อย (frequent urination or disturbance in urination) เป็นการถ่ายปัสสาวะบ่อยโดยไม่มีอาการปวดแสบหรือมีไข้ เกิดเนื่องจากมีการกรองน้ำปัสสาวะที่ไตเพิ่มขึ้น ในขณะที่มดลูกที่โตขึ้นกดเบียดกระเพาะปัสสาวะทำให้แรงดันกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้นจนรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย
4. อาการเหนื่อยล้ามาก (fatigue) เป็นอาการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการเผาผลาญสารอาหารที่เปลี่ยนไป มักปรากฏในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แต่อาการอ่อนเพลียมากอาจเกิดขึ้นได้เช่นกันในรายที่เจ็บป่วย มีความเครียดสูง นอนไม่เพียงพอ
5. ความรู้สึกว่าเด็กดิ้นครั้งแรก (quickening) เป็นความรู้สึกว่ามีสิ่งเคลื่อนไหวภายในครรภ์ สำหรับสตรีครรภ์แรกจะรู้สึกถึงการดิ้นครั้งแรกประมาณอายุครรภ์ 18-20 สัปดาห์ และสตรีครรภ์หลังจะรู้สึกประมาณอายุครรภ์16-18 สัปดาห์
6. การเปลี่ยนแปลงของเต้านม (changes in the breast) เป็นการเปลี่ยนแปลงที่พบได้ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ โดยจะมีอาการเจ็บคัดตึง (tenderness) มีอาการคัน รู้สึกแปลบเหมือนถูกของมีคมเล็กๆ ทิ่มแทงภายในเต้านม (breast tingling)
รูปที่ 1: แสดงการเปลี่ยนแปลงของเต้านม
7. การเปลี่ยนแปลงของสีผิวและการเกิดรอยแตกของผิวหนัง (increased skin pigmentation and appearance of abdominal striae) โดยจะมีอาการชัดขึ้นในไตรมาสที่สองและสามของการตั้งครรภ์ สตรีที่ตั้งครรภ์ร้อยละ 90 จะพบเส้นกลางหน้าท้องมีสีคล้ำ (linea nigra) ตั้งแต่บริเวณเหนือหัวหน่าวถึงสะดือ
8. การเปลี่ยนสีของเยื่อบุช่องคลอด (discoloration of the vaginal mucosa) ในระยะตั้งครรภ์ vaginal mucosa จะสีคล้ำเกือบม่วงแดง (Chadwick ‘ sign) เกิดจากการมีเลือดเลี้ยงบริเวณเยื่อบุช่องคลอดมากซึ่งพบได้ประมาณอายุครรภ์ 6-10 สัปดาห์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น