การตรวจครรภ์ 4 ท่า


ที่มาวิดีโอ:วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม

การตั้งครรภ์และการคลอด เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งในชีวิตของสตรีทุกคนเนื่องจากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงชีวิตของสตรีในวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งทุกครอบครัวมีความคาดหวังที่จะได้ทารกที่แข็งแรงและมารดาผ่านกระบวนการคลอดไปได้อย่างปลอดภัยที่การแพทย์ยังไม่มีความเจริญก้าวหน้ามากนัก สตรีส่วนใหญ่สามารถคลอดได้เองที่บ้าน โดยไม่ต้องการสูตินรีแพทย์แต่อย่างใด แต่อัตราการเสียชีวิตของสตรีจากการคลอดยังเป็นสาเหตุการตายของมารดาที่สำคัญดังนั้นในปัจจุบันที่วิทยาการทางการแพทย์ได้พัฒนาขึ้นมากแล้วการดูแลสตรี        ตั้งครรภ์ทั้งในระยะก่อนคลอดและระยะคลอดจึงเป็นหน้าที่ของแพทย์โดยตรง ซึ่งในระยะการเจ็บครรภ์คลอดที่มีระยะเวลาเป็นช่วงสั้นๆ ไม่เกิน 8 ถึง 12 ชั่วโมง แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญที่สุด และยังเป็นช่วงเวลาที่เกิดการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์ได้มากที่สุดด้วย ดังนั้นการมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลสตรีตั้งครรภ์โดยเฉพาะในช่วงระยะคลอดเป็นอย่างดี จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่เป็นแพทย์เวชปฏิบัติทุกคนด้วย


Leopold maneuver หมายถึง การตรวจครรภ์ทางหน้าท้องด้วยการคลำ เพื่อตรวจลักษณะของทารกในครรภ์ว่าอยู่ในท่าใด ซึ่งมีการตรวจอยู่ 4 วิธี ดังนี้

1.First maneuver (Fundal grip) การคลำส่วนยอดมดลูกเพื่อตรวจหาระดับยอดมดลูก
วิธีตรวจ
ใช้มือหนึ่งคลำที่ยอดมดลูก อีกมือหนึ่งแตะที่บริเวณลิ้นปี่ แล้วดูว่าระดับของยอดมดลูกเป็นสัดส่วนเท่าใดกับหน้าท้อง
ตรวจดูว่าที่บริเวณยอดมดลูก มีลักษณะอย่างไร ซึ่งหัวจะมีลักษณะเรียบ กลม แข็ง และมี ballottement ต่างจากก้น ซึ่งนุ่มกว่าบางแห่งแข็ง บางแห่งเรียบและไม่กลม อาจมี ballottement แต่ไม่ชัดเจนเท่าหัว
ตรวจดูว่าสัดส่วนของเด็กค่อนไปทางด้านใด เพื่อประกอบในการวินิจฉัยทำเด็ก เพราะเด็กที่อยู่ใน ลักษณะ fetal avoid   ถ้าคลำได้ส่วนของเด็กที่ยอดมดลูกค่อนไปข้างขวา หลังเด็กควรงอไปทางซ้ายของมดลูก




2.Second maneuver (Umbilical grip) การคลำเพื่อตรวจหาหลังของทารกว่าอยู่ด้านใด
วิธีตรวจ
ใช้มือทั้งสองข้างคลำหาแผ่นเรียบใหญ่ คือ หลังของเด็ก (Large part) ส่วนด้านตรงข้าม จะคลำได้เป็นปุ่ม อาจมีการเคลื่อนไหว ให้เห็น คือแขน ขา ศอก เข่า (Small part) กรณีที่คลำได้ไม่ชัดเจน บริเวณที่เป็นหลังของเด็กอาจรู้สึกว่าเหมือนอะไรมาต้านฝ่ามือไว้ต่างจากส่วนที่มีแขนขาซึ่งอยู่จะรู้สึกว่ามีที่ว่างมากกว่าด้านที่เป็นหลังและกดผนังหน้าท้องผู้ตรวจครรภ์ได้มากกว่า
สังเกตว่าหลังอยู่ตำแหน่งใด ของหน้าท้องแม่ กรณีที่เป็น anterior position หลังจะอยู่เต็มด้านใดด้านหนึ่ง คลำแขน - ขาไม่ชัดเจนถ้าเป็น Transverse position จะคลำหลังได้เพียงข้างเดียว ของลำตัวแม่ posterior position จะคลำได้เพียงหัวไหล่และสีข้างเด็กค่อนไปทางสีข้างแม่ และคลำได้แขน ขาทั่วบริเวณหน้าท้อง




3.Third maneuver (Pawlik’s grip) การคลำเพื่อตรวจหาส่วนนำ (presenting part) และ attitude ของทารกในครรภ์
วิธีตรวจ
ใช้มือขวาคลำและจับส่วนของทารกที่บริเวณเหนือหัวเหน่าให้อยู่ภายในอุ้งมือ
ตรวจหาส่วนนำ ถ้าเป็นศีรษะจะมีลักษณะกลมแข็งและเรียบ มีballottement ชัดเจน และอาจคลำได้ร่องคอ
-ตรวจหาระดับของส่วนนำ โดยถ้าโยกส่วนนำของทารกให้เคลื่อนไหวไปมาได้ แสดงว่าส่วนนำยังลอยอยู่ แต่ถ้าไม่สามารถโยกได้แดงว่าส่วนนำผ่านลงสู่ช่องเชิงกรานแล้ว (engagement)
ตรวจทรงของทารก โดยคลำหา cephalic prominence ของทารก ถ้าคลำได้ตรงกันข้ามกับหลังและสูงกว่า แสดงว่าทารกอยู่ทรงก้ม ถ้าคลำได้ด้านเดียวกับหลังแสดงว่าทารกอยู่ในทรงเงย



4.Fourth maneuver (Bilateral inguinal grip) การคลำเพื่อตรวจหาระดับของส่วนนำ และทรงของทารกในครรภ์
วิธีตรวจ   

- มือหนึ่งวางที่หัวเหน่า มือหนึ่งวางที่หน้าท้อง จับหัวเด็กกดลงช่องเชิงกราน คลำดูว่าหัวเด็ก อยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่า   กระดูกหัวเหน่าปกติหัวเด็กจะอยู่ต่ำกว่ากระดูกหัวเหน่า  ถ้าอยู่ระดับเดียวกัน อาจมีความผิดปกติเล็กน้อย ถ้าแรงผลักดันเพียงพอ หัวเด็กมีการ Molding ทำให้ผ่านลงช่องเชิงกรานได้ ถ้าคลำได้หัวอยู่สูงกว่ากระดูกหัวเหน่า แสดงว่า มีการเงยของหัวชัดเจน บ่งถึง CPD, Compound presentationจำเป็นต้องตรวจสภาพเด็กและเชิงกรานอย่างละเอียดต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น